มณฑลหูเป่ยมีชื่อย่อว่า เอ้อ (鄂) ตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศจีน ทิศเหนือติดกับมณฑลเหอหนานและมณฑลอันฮุย ทิศตะวันออกติดกับมณฑลเจียงซี ทิศใต้ติดกับมณฑลหูหนานและนครฉงชิ่ง และทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับมณฑลซานซี มีพื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาอู่หลิง อู่ซัน ต้าปา ถงไป่ และหมู่ฟู่ คิดเป็นร้อยละ 56 พื้นที่ราบสูงร้อยละ 24 พื้นที่ราบ ทะเลสาบร้อยละ 20 ยอดเขาเสินหนงอยู่ทางตะวันตก ซึ่งเป็นยอดเขาที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นหลังคาในเขตตอนกลางของประเทศจีน โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 3,105 เมตร แม่น้ำทั้งหมด 1,193 สาย ความยาว 59,200 กิโลเมตร แม่น้ำแยงซีเกียงไหลผ่านมณฑลจากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออกด้วยระยะทาง 1,041 กิโลเมตรแม่น้ำฮั่นเจียงไหลจากทิศเหนือไปยังทิศใต้ระยะทาง 878 กิโลเมตร ก่อนที่จะรวมสาขากับแม่น้ำแยงซีเกียงที่เมืองหวู่ฮั่น ซึ่งเป็นมณฑลที่มีจำนวนแม่น้ำมากถึง 1,300 สาย
รูปที่ 1 ทำเลที่ตั้ง
มณฑลหูเป่ยมีทรัพยากรแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีการค้นพบทรัพยากรธรรมชาติถึง 136 ชนิด ในจำนวนนี้ได้รับการสำรวจแล้ว 87 ชนิด โดยมีทรัพยากรที่สำคัญ ได้แก่ แร่ฟอสฟอรัส แร่แคลเซียมซิลลิเกต ฟอสเฟส ซิลิกา Rutile แบไรท์ แร่โกเมน แร่ Marlstone ซึ่งมีมากเป็นอันดับ 5 ของประเทศจีน นอกจากนั้นมี ธาตุเหล็ก, ทองแดง, ยิปซั่ม, เกลือสินเธาว์, แมงกานีส, Vanadium, ธาตุปรอท, แร่ Dolomite, หินอ่อน และหินปูน
เมืองสำคัญและเขตพัฒนาทางเศรษฐกิจ เมืองหวู่ฮั่นเป็นเมืองหลวงของมณฑลเหอเป่ย มีที่ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำแยงซีเกียงและแม่น้ำฮั่น และตั้งอยู่บริเวณใจกลางของประเทศจีน และเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การธนาคาร การคมนาคมเทคโนโลยี และการศึกษาในภาคกลางของประเทศจีน โดยมีจุดเด่นคือเป็นเมืองอุตสาหกรรมการผลิตสมัยใหม่ได้แก่ อุตสาหกรรมรถยนต์ Optic – electronic manufacturing นอกจากนั้น ยังมีอุตสาหกรรมเหล็กกล้า เภสัชกรรม Biology engineering อุตสาหกรรมวัสดุสมัยใหม่
สินค้าส่งออกหลัก (Main export products)
ไทยนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภทจาก มณฑลหูเป่ย (Hubei) โดยเฉพาะผ่านเมืองหลวงอย่าง อู่ฮั่น (Wuhan) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตและโลจิสติกส์ที่สำคัญของจีน สินค้านำเข้าหลักประกอบด้วย
เครื่องจักรและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ : เนื่องจากหูเป่ยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูง จึงมีการนำเข้าแผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์โทรคมนาคม
ยานยนต์และชิ้นส่วน : หูเป่ยเป็นหนึ่งในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ไทยจึงนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ จากภูมิภาคนี้
ผลิตภัณฑ์เหล็กและโลหะ : อุตสาหกรรมเหล็กกล้าในหูเป่ยมีความแข็งแกร่งมาก ผลิตภัณฑ์เหล็กแปรรูปจึงเป็นสินค้าต้นน้ำที่ไทยนำเข้าเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการผลิต
เคมีภัณฑ์และปุ๋ย : มีการนำเข้าสารเคมีที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมและปุ๋ยเคมีเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรกรรมของไทย
สินค้าอุปโภคบริโภค : รวมถึงเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และของใช้ในครัวเรือน ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่จีนส่งออกมายังไทยในปริมาณมาก
รูปที่ 2 สินค้าส่งออกหลัก
สินค้าส่งออกจากประเทศไทย (Products exported from Thailand)
สินค้าเกษตรสินค้าเกษตร เป็นสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปจีนมากที่สุด โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนที่จีนผลิตเองได้น้อย ทุเรียน ลำไย มังคุด มะพร้าว กล้วย มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าว สำหรับทุเรียนเป็น สินค้าดาวเด่นที่สุด เพราะผู้บริโภคจีนนิยมมาก โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น กวางโจว เซี่ยงไฮ้ มีการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain) เพื่อรักษาคุณภาพ พืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง และข้าว มันสำปะหลังใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรม เช่น ผลิตแป้ง อาหารสัตว์ และพลังงานชีวภาพ ข้าวไทย (เช่น ข้าวหอมมะลิ) เป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-สูง ยางพารา ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น ยางรถยนต์ ถุงมือยาง และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม จีนเป็นตลาดใหญ่ของยางพาราไทย
สินค้าอุตสาหกรรม สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูง ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรและชิ้นส่วน เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ เป็นต้น ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ฮาร์ดดิสก์ แผงวงจร (PCB) เซมิคอนดักเตอร์บางส่วน ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบสินค้าเทคโนโลยี เครื่องจักรและชิ้นส่วนใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น เครื่องจักรกลเครื่องมือผลิตสนับสนุนภาคการผลิต เม็ดพลาสติก และเคมีภัณฑ์ เป็นวัตถุดิบพื้นฐานในอุตสาหกรรม เช่น บรรจุภัณฑ์ เสื้อผ้า และชิ้นส่วนต่างๆ
อาหารและสินค้าแปรรูป ประเทศไทยมีการส่งออกอาหารไปจีนจำนวนมาก เนื่องจากอาหารไทยได้รับความนิยม ตัวอย่างสินค้า อาหารทะเลแช่แข็ง ผลไม้กระป๋อง น้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยว เครื่องปรุงรส อาหารทะเลแช่แข็ง เช่น กุ้ง ปลา ปลาหมึกใช้เทคโนโลยีแช่แข็งเพื่อคงความสด ผลไม้แปรรูป เช่น ผลไม้กระป๋อง ทุเรียนอบแห้ง มะม่วงอบแห้งเหมาะกับการเก็บได้นานและขนส่งง่ายน้ำผลไม้ และเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะพร้าว น้ำผลไม้ 100% เป็นที่นิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพขนมขบเคี้ยว และเครื่องปรุงรส เช่น ขนมไทย ซอส น้ำปลา เครื่องแกง สะท้อนวัฒนธรรมอาหารไทยที่เริ่มแพร่หลาย
รูปที่ 3 สินค้าหลักประเทศไทยไปจีน
เส้นทางโลจิสติกส์ไทย-จีน
1.การขนส่งทางบก
เส้นทางรถไฟ Beijing–Guangzhou Railway เป็นเส้นทางรถไฟสายหลักของประเทศจีน ซึ่งพาดผ่านทางทิศตะวันออกของ หูเป่ย ทำให้มณฑลหูเป่ยมีความสะดวกในการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าไปยังพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ วัตถุดิบที่ขนส่งผ่านทางรถไฟในหูเป่ยส่วนใหญ่ ได้แก่ ถ่านหิน เหล็ก วัสดุก่อสร้าง เช่น ไม้แปรรูปธัญญาหาร แร่ธาตุต่างๆ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา มีการพัฒนาเส้นทางรถไฟที่เชื่อมเมืองสำคัญในมณฑลทั้งจากทิศตะวันตกไปตะวันออก และจากเหนือไปใต้ ทำให้เครือข่ายการคมนาคมมีความสมบูรณ์มากขึ้น ภายในปี พ.ศ. 2558 มณฑลหูเป่ยมีเส้นทางรถไฟรวมประมาณ 4,500 กิโลเมตร และมีรถไฟความเร็วสูงจากเมือง อู่ฮั่น ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังเขตเศรษฐกิจสำคัญของจีนได้ภายในเวลาเพียง 3–4 ชั่วโมง เช่น เขตเศรษฐกิจโป๋ไห่ เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำจูเจียง เขตเศรษฐกิจเฉิงตู–ฉงชิ่ง
นอกจากนี้ มณฑลหูเป่ยยังมีเครือข่ายทางด่วนรวมกว่า 6,500 กิโลเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งสินค้าทางรถบรรทุกและการกระจายสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ทางด่วนสายสำคัญ ได้แก่ สายเซียงฝาน – สือเยี่ยน, สายเซียงฝาน – จินโจว, สายปักกิ่ง – จูไห่ (ช่วงหูเป่ย), สายอู่ฮั่น – หวงกัง, สายจินโจว – ยี๋ชาง หูเป่ยยังเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมของจีนตอนกลาง ทำให้สามารถขนส่งสินค้าไปยังเมืองสำคัญต่าง ๆ ของจีนได้อย่างสะดวก ทั้งทางรถไฟ รถบรรทุก และระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Transport)
รูปที่ 4 การขนส่งทางบก
2.เส้นทางขนส่งทางน้ำ
การขนส่งทางน้ำเป็นเส้นทางคมนาคมที่สำคัญของ หูเป่ย เนื่องจากมีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน 2 สาย ได้แก่ แม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) และ แม่น้ำฮั่นเจียง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำที่สำคัญของมณฑล เมืองและอำเภอกว่าครึ่งหนึ่งของหูเป่ยยังคงใช้การคมนาคมทางน้ำเป็นเส้นทางหลัก จึงทำให้มณฑลนี้มีอุตสาหกรรมการเดินเรือที่พัฒนาและทันสมัยแห่งหนึ่งของประเทศจีน เมืองท่าสำคัญของหูเป่ย ได้แก่ อู่ฮั่น, หวงสือ, ซาซื่อ และ อี๋ชาง ซึ่งมีการเปิดเส้นทางติดต่อกับต่างประเทศมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะท่าเรือของเมืองอู่ฮั่นที่ถือเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในช่วงตอนกลางของแม่น้ำฉางเจียง และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน อีกทั้งยังเป็น 1 ใน 8 ท่าเรือสำคัญที่เปิดใช้งานในช่วงการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเปิดประเทศของจีนในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1980 หลังจากนั้นไม่นาน ท่าเรืออู่ฮั่นได้เปิดเส้นทางการเดินเรือเพื่อขนส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้การค้าระหว่างประเทศของมณฑลหูเป่ยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ แม่น้ำฮั่นเจียง นั้น ทำหน้าที่เป็นเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑล โดยบริเวณที่ราบเจียงฮั่นมีท่าเรือสำคัญ เช่น เซียงฝาน และ เหล่าเหอโข่ว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าและกระจายสินค้าไปยังเมืองต่าง ๆ ภายในมณฑล ด้วยเหตุนี้ การขนส่งทางน้ำจึงเป็นหนึ่งในระบบโลจิสติกส์หลักที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ การค้า และการกระจายสินค้าใน หูเป่ย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้มณฑลแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางน้ำของจีนตอนกลาง
รูปที่ 5 การขนส่งทางน้ำ
3. เส้นทางขนส่งทางอากาศ
การขนส่งทางอากาศเป็นอีกหนึ่งระบบโลจิสติกส์ที่สำคัญของ หูเป่ย โดยมีสนามบินหลักคือ Wuhan Tianhe International Airport ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1995 และตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง อู่ฮั่น ประมาณ 26 กิโลเมตร สนามบินแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดในภาคกลางของประเทศจีน และถือเป็นหนึ่งในสนามบินที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดของ นอกจากการให้บริการผู้โดยสารแล้ว สนามบินเทียนเหอยังเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งสินค้า (Air Cargo Hub) ของจีนตอนกลาง โดยมีคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเพื่อรองรับการขนส่งระหว่างประเทศ ทำให้สามารถเชื่อมโยงการค้าระหว่างมณฑลหูเป่ยกับประเทศต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับเส้นทางการขนส่งสินค้าระหว่าง หูเป่ย–ประเทศไทย สามารถใช้เส้นทางบินตรงหรือเที่ยวบินเชื่อมต่อจากสนามบินอู่ฮั่นมายังสนามบินหลักของไทย เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ และ สนามบินดอนเมือง ซึ่งช่วยให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สินค้าที่นิยมขนส่งทางอากาศระหว่างไทยและหูเป่ย ได้แก่ ผลไม้สด เช่น ทุเรียน มังคุด และลำไย อาหารทะเลสด สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ สินค้าที่มีมูลค่าสูงหรือสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการจัดส่ง เป็นต้น
ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินที่ทันสมัยและการเชื่อมต่อกับสนามบินนานาชาติหลายแห่ง ทำให้ Wuhan Tianhe International Airport มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการขนส่งสินค้า ระหว่าง หูเป่ย กับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย
รูปที่ 6 การขนส่งทางอากาศ